ReadyPlanet.com
dot
dot
ค้นหาสินค้า


  [Help]
dot
dot
เวชสำอาง / สมุนไพร GPO
dot
จำนวน : 0 ชิ้น
ราคา : 0.00
bullet ดูสินค้า
bullet ชำระเงิน
dot
ผลิตภัณฑ์ของร้าน
dot
ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า ปรับสภาพผิว
ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวกาย
สมุนไพรขององค์การเภสัชกรรม
dot
รวมลิงค์เพื่อนบ้าน
dot
dot
สมัครรับข่าวสาร

dot




งานวิจัยสารสกัดขมิ้นชัน

 

การทดลองทางคลินิกของสารสกัดขมิ้นชันแคปซูล (Curcuminoids Capsule)

ขององค์การเภสัชกรรม


               ขมิ้นชัน (Turmeric) จัดเป็นสมุนไพรที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันดี มีประวัติการใช้มายาวนานจวบจนปัจจุบัน  มีสรรพคุณเป็นที่ยอมรับในระดับสากลจนเป็นสมุนไพรที่อยู่ในตำรายาของหลายประเทศในเอเชีย เช่น อินเดีย จีน ญี่ปุ่น ในยุโรป เช่น เยอรมัน รวมถึงในสหรัฐอเมริกา ในเหง้าขมิ้นชันมีองค์ประกอบทางเคมีมากมายหลายชนิด ที่สำคัญได้แก่  สารเคอร์คูมินอยด์ (Curcuminoids) ซึ่งเป็นสารสีเหลืองประกอบไปด้วย เคอร์คูมิน (Curcumin) เดสเมทอกซีเคอร์คูมิน (Desmethoxycurcumin) และบีสเดสเมทอกซีเคอร์คูมิน (Bisdesmethoxycurcumin) ซึ่งจากการศึกษาวิจัยพบว่าสารเคอร์คูมินอยด์มีฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย อาทิ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ลดการอักเสบ ฤทธิ์ลดคอเลสเตอรอลในเลือด ฤทธิ์ป้องกันตับจากสารพิษ และฤทธิ์ป้องกันการเกิดมะเร็ง เป็นต้น ด้วยคุณประโยชน์ของสารเคอร์คูมินอยด์ในขมิ้นชัน สถาบันวิจัยและพัฒนา องค์การเภสัชกรรมจึงได้พัฒนาสารสกัดจากขมิ้นชันที่มีสารเคอร์คูมินอยด์ในปริมาณสูง ผ่านกระบวนการสกัดและการควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานสากล เพื่อให้สารสกัดที่ได้มีคุณภาพสม่ำเสมอ ผ่านการทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในหลอดทดลองและทดสอบความเป็นพิษในสัตว์ทดลอง1) ในแต่ละแคปซูลมีปริมาณสารเคอร์คูมินอยด์ในขนาด 250 มิลลิกรัม และมีข้อมูลการทดลองทางคลินิก รวมถึงการศึกษาฤทธิ์ในสัตว์ทดลอง  เพื่อศึกษาประสิทธิภาพและความปลอดภัยของสารสกัดขมิ้นชันขององค์การเภสัชกรรม โดยสรุปดังนี้

การทดลองทางคลินิกในผู้ป่วยธาลัสซีเมีย

               การศึกษาผลของการใช้สารสกัดขมิ้นชันที่มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในผู้ป่วยธาลัสซีเมีย/ฮีโมโกลบินอี  โดย รศ.ดร.รัชนีกร  กัลล์ประวิทธ์  ผศ.นพ.นพดล  ศิริธนารัตนกุล และคณะ จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าการรับประทานสารสกัดขมิ้นชันแคปซูลวันละ 2 แคปซูล ติดต่อกันนาน 12 เดือน2) ช่วยลดภาวะเครียดจากอนุมูลอิสระ (oxidative stress) ลงได้โดยวัดจากค่า malonyldialdehyde (MDA), superoxide dismutase (SOD), glutathione peroxidase (GSH-Px), reduced glutathione (GSH) และ non-transferrin bound iron (NTBI)

การศึกษาผลของการใช้สารสกัดขมิ้นชันในผู้ป่วยเบต้าธาลัสซีเมียเด็กชนิดเบต้าธาลัสซีเมีย/ฮีโมโกบินอี โดยรศ.นพ.อิศรางค์  นุชประยูร และคณะ จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่าเมื่อให้สารสกัดขมิ้นชันแคปซูลวันละ 2 แคปซูล เป็นเวลานาน 12 สัปดาห์ สามารถลดภาวะเครียดจากอนุมูลอิสระ ซึ่งวัดโดยค่า MDA  และมีอายุของเม็ดเลือดแดงนานขึ้นจาก 15.9 วัน เป็น 21.1 วัน3) นอกจากนี้ยังมีการทดลองทางคลินิกโดย รศ.ดร.นลินี  จงวิริยะพันธ์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี  มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะ พบว่าการรับประทานสารสกัดขมิ้นชันแคปซูลวันละ 1 แคปซูล เป็นเวลานาน 6 เดือน ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีแนวโน้มช่วยเพิ่ม hematocrit  เพิ่มการขับเหล็ก และลดภาวะเครียดจากอนุมูลอิสระ (oxidative stress) โดยไม่พบอาการข้างเคียงใดๆ ที่เกิดจากสารสกัดขมิ้นชันแคปซูล

นอกจากนี้ ผลการศึกษาในหลอดทดลองของ ผศ.ดร.สมเดช ศรีชัยรัตนกุล และคณะ จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แสดงให้เห็นว่าสารเคอร์คูมินอยด์สามารถลดระดับของเหล็กในรูปที่ไม่ได้จับกับทรานสิเฟอร์ริน (non-tranferrin bound iron, NTBI) ในพลาสมาของผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียชนิดเบต้าธาลัสซีเมีย อีกทั้งยังเสริมฤทธิ์ยาขับเหล็ก deferiprone ในการกำจัดเหล็กในรูป NTBI ได้อีกด้วย4)

การทดลองทางคลินิกในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม

การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลและความปลอดภัยของสารสกัดขมิ้นชันแคปซูล กับ ยาต้านอักเสบไอบูโปรเฟน ในการรักษาผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม โดย รศ.พญ.วิไล  คุปต์นิรัติศัยกุล จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า สารสกัดขมิ้นชันแคปซูลขนาดรับประทานครั้งละ 2 แคปซูล 4 ครั้งต่อวัน(วันละ 2,000 มิลลิกรัม) นาน 6 สัปดาห์ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดข้อ ความฝืดข้อ และเพิ่มความสามารถในการใช้งานข้อได้ไม่ต่างจากการใช้ยาต้านการอักเสบไอบูโปรเฟนในขนาดรับประทานครั้งละ 400 มิลลิกรัม 2 ครั้งต่อวัน (วันละ 800 มิลลิกรัม)5)

ต่อมา รศ.พญ.วิไล  คุปต์นิรัติศัยกุล  จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับคณะผู้วิจัยจาก 8 โรงพยาบาล ดำเนินการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลและความปลอดภัยในการรักษาผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมดังกล่าวใน 8 โรงพยาบาล โดยลดปริมาณสารสกัดขมิ้นชันต่อวัน และเพิ่มขนาดยาไอบูโปรเฟนต่อวัน พบว่า สารสกัดขมิ้นชันแคปซูลขนาดรับประทานครั้งละ 2 แคปซูล  3 ครั้งต่อวัน(วันละ 1,500 มิลลิกรัม) นาน 4 สัปดาห์ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดข้อ ความฝืดข้อ และเพิ่มความสามารถในการใช้งานข้อได้ไม่ต่างจากการใช้ยาต้านการอักเสบไอบูโปรเฟนในขนาดรับประทานครั้งละ 400 มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อวัน (วันละ 1,200 มิลลิกรัม) อีกทั้งมีความปลอดภัยดี โดยเฉพาะผลข้างเคียงระบบทางเดินอาหาร (อาการปวดท้อง/ท้องอืด) ที่มีน้อยกว่าการใช้ยาต้านอักเสบไอบูโปรเฟน

การทดลองทางคลินิกในผู้ที่มีความเสี่ยงจะเป็นโรคเบาหวาน

 ผศ.พญ.สมลักษณ์ จึงสมาน จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒได้ทำการวิจัยในประชากรกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวาน (prediabetes population)  จำนวน 240 คน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ได้รับยาหลอก และกลุ่มที่ได้รับสารสกัดขมิ้นชันแคปซูล ครั้งละ 3 แคปซูล 2 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 9 เดือน พบว่าหลัง 9 เดือน 16.4% ของกลุ่มผู้ที่ได้รับยาหลอกได้ถูกวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ในขณะที่การวินิจฉัยนี้ไม่พบในกลุ่มที่ได้รับสารสกัดขมิ้นชันแคปซูล และยังตรวจพบว่ามีการทำงานของเซลล์เบต้าซึ่งเป็นเซลล์ของตับอ่อนที่สร้างอินซูลินดีขึ้น รวมทั้งมีผลข้างเคียงของยาน้อยมาก6)

การทดลองทางคลินิกในผู้ป่วยเบาหวาน  

การทดลองทางคลินิกในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โดย ผศ.พญ.สมลักษณ์ จึงสมาน จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พบว่า ผู้ป่วยเบาหวานกลุ่มที่ได้รับสารสกัดขมิ้นชันแคปซูล ครั้งละ 3 แคปซูล 2 ครั้งต่อวัน เป็นเวลานาน 6 เดือน สามารถลดภาวะการแข็งตัวของหลอดเลือด และภาวะเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ นอกจากนี้ พบว่า สารสกัดขมิ้นชันแคปซูลสามารถลดระดับไขมันรวมในร่างกาย (total body fat) และระดับไขมันในช่องท้อง (visceral fat)

การทดลองทางคลินิกในผู้ป่วยโรคไตจากเบาหวาน

การศึกษาผลของสารสกัดขมิ้นชันเพื่อลดภาวะโปรตีนรั่วทางปัสสาวะและผลต่อการทำงานไตในผู้ป่วยโรคไตจากเบาหวาน โดย ศ.พญ.ธัญญารัตน์ ธีรพรเลิศรัฐ จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า เมื่อผู้ป่วยได้รับสารสกัดขมิ้นชันแคปซูล ครั้งละ 2 แคปซูล 3 ครั้งต่อวัน เป็นระยะเวลา 3 เดือน มีแนวโน้มในการลดโปรตีนในปัสสาวะ ลดภาวะเครียดจากอนุมูลอิสระ (oxidative stress) และชะลอความเสื่อมการทำงานของไต โดยไม่พบผลข้างเคียงรุนแรงใดๆต่อผู้ป่วย7)

ารทดลองทางคลินิกในผู้ป่วยโรคหัวใจที่ได้รับการผ่าตัด bypass 

การศึกษาผลของแคปซูลสารสกัดขมิ้นชันในการป้องกันการเกิดการเต้นของหัวใจผิดจังหวะ (atrial fibrillation; AF) หลังการผ่าตัดหัวใจ โดย พญ.วรรณวรางค์ วงศ์เจริญ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  พบว่าการให้สารสกัดขมิ้นชันแคปซูล ครั้งละ 4 แคปซูล 4 ครั้งต่อวัน นาน 3 วันก่อนการผ่าตัด และให้ติดต่อกัน 5 วันหลังผ่าตัด  สามารถลดโอกาสเกิดหัวใจวายหลังการผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจได้ และอาจช่วยให้หัวใจของคนไข้ที่ทำบายพาสเสียหายน้อยลง8)

การทดลองในหนูทดลองความดันเลือดสูง

                รศ.ดร.ยุพา คู่คงวิริยะพันธุ์ และคณะจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้นำสารสกัดขมิ้นชันขององค์การเภสัชกรรมไปทดสอบในหนูทดลองความดันเลือดสูง พบว่าสารสกัดขมิ้นชันสามารถป้องกันและรักษาโรคความดันเลือดสูงในหนูทดลองความดันเลือดสูงที่มีลักษณะคล้ายกับที่เกิดขึ้นในคน โดยผ่านกลไกต่างๆได้แก่ ขยายหลอดเลือด  ลดความต้านทานการไหลเวียนเลือด ปรับโครงสร้างผนังหลอดเลือดให้ดีขึ้นเพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือด  และลดภาวะเครียดออกซิเดชัน  เป็นต้น9)

 

เอกสารอ้างอิง

1.    Chavalittumrong P, et al., Chronic toxicity study of curcuminoids in rats. The Songklanakarin Journal of Science and Technology 2002; 24(4): 633-647

2.    Kalpravidth RW, et al., Improvement in oxidative stress and antioxidant parameters in                              β-thalassemia/Hb E patients treated with curcuminoids. Clinical Biochemistry 2010; 43: 424-429

3.  Nuchprayoon I , et al., Curcuminoids as antioxidants improve red cell survival in patients with beta-thalassemia-hemoglobin E. Blood 2003; 102(11): 33b.

4.  Srichairatanakool S, et al., Curcumin contributes to the in vitro removal of non-transferrin bound iron with deferiprone and deferoxamine in thalassaemic plasma. Medicinal Chemistry 2007; 3: 469-467

5.  Kuptniratsaikul V, et al., Efficacy and safety of Curcuma domestica extracts in patients with knee osteoarthritis. The Journal of Alternative and Complementary Medicine 2009; 15(1) :891-7

6.  Chuensamarn S, et al., Curcumin extract for prevention of type 2 diabetes. Diabetes Care 2012; 35(11): 2121-7

7.  Thaiyanurak N and Teerapornlertrat T, The effect of curcuminoids on renal function and oxidative stress in diabetic nephropathy : a randomized controlled trial. The 56th Annual Meeting of the Japanese Society of Nephrology, 10-12 May 2013, Tokyo, Japan

8.  Wongcharoen W, et al., Effects of curcuminoids on frequency of acute myocardial infarction after coronary artery bypass grafting. The American Journal of Cardiology 2012; 110 (1) : 40-4

9.  Sompamit K. et al., Curcumin improves vascular function and alleviates oxidative stress in non-lethal     lipopolysaccharide-induce endotoxaemia in mice. European Journal oof Pharmacology 2009; 616:192-199. Nakmareong S. et al., Antioxidant and vascular protective effects of curcumin and tetrahydrocurcumin in rats with L-NAME induced hypertension. Naunyn-Schmied Arch Pharmacol 2011; 383: 519-529

 

 




GPO Natural Product

จีพีโอพรมมิ ชนิดเม็ด สมุนไพรที่ผู้ใช้ยืนยันว่าดีจริง article
สารสกัดขมิ้นชัน
จีพีโอไฟโทเพล็กซ์ สมุนไพรสูตรหมอสมหมาย
ร้านจำหน่ายสินค้าขององค์การเภสัชกรรม
การศึกษาวิจัย จีพีโอพรมมิ ชนิดเม็ด